วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556
สุนัข...ในความรู้สึกของคนไทย
เนื่องจากประเทศไทยหรืออดีตราชอาณาจักรสยามนั้น ได้รับอิทธิพลทางความเชื่อผ่านทางคำสอนของศาสนาพุทธ อันเป็นศาสนาที่แพร่หลายมาจากประเทศอินเดีย ในความเชื่อที่เจือมากับหลักคำสอนของพุทธศาสนาที่ว่านี้ ทำให้คนไทยได้รับการปลูกฝังทางความคิดว่าสุนัขเป็นสัตว์โลกที่เกิดมาร่วมโลกกับมนุษย์ ซึ่งเรียกว่า ”สัตว์โลกร่วมเกิดแก่เจ็บตาย” และยังแทรกมากับคำสอนในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดที่เชื่อกันว่า ความตายเป็นโซ่ข้อหนึ่งในสี่ข้อที่ถูกร้อยรวมกันเป็นวง เรียกว่า “วัฏสงสาร” หรือ “การเวียนว่ายตายเกิด”
ความตายเป็นเพียงการยุติของสังขาร แต่วิญญาณไม่ยุติ ตัววิญญาณนี่แหละที่จะไปเวียนว่ายตายเกิดสืบต่อไป และภายใต้ความเชื่อในเรื่องวัฏสงสารหรือการเวียนว่ายตายเกิดนั้น ยังมีคำสอนว่า มนุษย์กับสัตว์สามารถเวียนว่ายตายเกิดข้ามภพข้ามชาติกันได้ หมายความว่า มนุษย์สามารถไปเกิดเป็นสัตว์ และวิญญาณของสัตว์สามารถมาเกิดเป็นมนุษย์ได้ ด้วยเหตุที่สุนัขถูกจัดเป็นสัตว์ร่วมโลกชนิดหนึ่ง จึงมีความผูกโยงกับมนุษย์ในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดด้วย ในพระธรรมคำสอนของพุทธศาสนามีหลายที่หลายตอนที่สอนเกี่ยวกับเรื่องมนุษย์ไปเกิดเป็นสุนัขและสุนัขไปเกิดเป็นมนุษย์ และเราก็มีโอกาสที่จะเกิดไปเป็นสุนัข
และในบรรดาสรรพสัตว์ที่ถูกนับเนื่องเข้าเป็นสัตว์ร่วมโลกและเป็นวงโซ่แห่งการเวียนว่ายตายเกิดกับมนุษย์นั้น ดูเหมือนว่าสุนัขจะเป็นสัตว์ที่ถูกจัดอันดับไว้ใกล้กับมนุษย์มากที่สุด มีความรับรู้ถ่ายทอดความรู้สึกถึงกันหรือสื่อสารกันได้ดีที่สุดบางตัวถึงกับพูดจากับมนุษย์เข้าใจ แม้ว่าจะตอบกลับเป็นภาษาสุนัขที่แสดงออกมาในลักษณะเห่าบ้าง ร้องบ้าง แต่สุนัขก็สามารถฟังและเข้าใจภาษามนุษย์และทำตามคำสั่งของมนุษย์ได้
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น